Princess Mononoke เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร

รีวิว Princess Mononoke หนึ่งในอะนิเมะจาก Studio Ghibli ที่โดดเด่นด้านภาพและการนำเสนอ

เรื่องราวของ Princess Mononoke เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร นั้นเริ่มขึ้นในช่วงปลายยุคมุโระมะจิของประเทศญี่ปุ่น จุดเริ่มต้นของเรื่องนั้นมาจากความขัดแย้งต่าง ๆ ระหว่างธรรมชาติและมนุษย์ โดยอะชิตะกะเด็กหนุ่มผู้จับพลัดจับผลูต้องมาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ และอีกตัวละครคือ ซัง เด็กหญิงที่ได้เทพเจ้าหมาป่าโมะโระชุบเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็ก จึงทำให้ซังนั้นมีความไกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าคนปกติ

ซึ่งปัญหาความขัดแย้งระหว่างมนุษย์และธรรมชาติได้ดำเนินต่อมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งตัวเด็กหนุ่มอะชิตะกะเองต้องผจญภัยและต้องการคำตอบที่ว่าจะเป็นไปได้ไหมที่มนุษย์ ธรรมชาติจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้หรือไม่ สุดท้ายผลของปัญหาความขัดแย้งจะเป็นอย่างไรนั้นต้องติดตามชมให้ได้ครับ
ภายในเนื้อเรื่องนั้นได้แฝงแง่คิดที่ดีเอาไว้มากมาย

และยังสะท้อนปัญหาที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามนุษย์เราเองนั้นได้ทำให้ธรรมชาติย่ำแย่มาเสมอ ยิ่งเราพัฒนา ธรรมชาติยิ่งเสื่อมถอย โดยรวมของเจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพรนั้นมีฉากที่ต้องห้ำหั่นหรือฆ่าฟันกันอยู่หลากฉาก ดังนั้นแล้วเด็ก ๆ ควรมีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำระหว่างดูด้วยนะครับปีที่เข้า

ใครๆ ก็ชอบดูอนิเมชั่น ด้วยเสน่ห์แตกต่างไปจากภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดง ตรงที่เกิดจากการสร้างขึ้นโดยจินตนการของมนุษย์ด้วยเทคนิคต่างๆ ที่ให้เกิดเป็นภาพเคลื่อนไหว ทั้งการวาดด้วยมือ, การสร้างภาพขึ้นด้วยคอมพิเตอร์, ใช้การเคลื่อนไหวของคนจริงเชื่อมโยงกับตัวละคร หรือจะใช้วิธีปั้นตัวละครแล้วถ่ายทีละช็อตก็ตาม ล้วนทำให้ได้การเล่าเรื่องในอารมณ์ที่แตกต่างออกไปทั้งสิ้นครับ

ขณะที่คนส่วนใหญ่บนโลก ชื่นชอบและมีความสุขกับอนิเมชั่นจากฝั่งอเมริกา และอีกหลายคนหาความแปลกใหม่จากอนิเมชั่นฝั่งยุโรป แต่ก็คงไม่มีใครจะกล้าปฏิเสธความไม่เหมือนใคร ของอนิเมชั่นจากแดนอาทิตย์อุทัย ที่ถูกเรียกจนติดปากว่า “อะนิเมะ” ภาพยนตร์อนิเมชั่นที่มีลักษณะเฉพาะตัว ที่มีความหลากหลายและบรรเจิดในไอเดียเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้ เห็นทีผมต้องหาทางเริ่มเรื่องได้แล้ว กับอะนิเมะสักเรื่องที่น่าสนใจ และน่าจะหยิบมาเล่าสู่กันฟังกันบ้าง ผมขอเริ่มที่เรื่องนี้ก่อนแล้วกัน ภาพยนตร์อะนิเมะจาก Studio Ghibli ที่ผมค่อนข้างชื่นชอบในผลงาน ด้วยความโดดเด่นด้านภาพและการนำเสนอ หนึ่งในนั้นคือ อะนิเมะเรื่องนี้ครับ

(Mononoke Hime, もののけ姫)

ผลงานการกำกับลำดับก่อนหน้าอะนิเมะรางวัลออสการ์ Spirited Away ของ Hayao Miyazaki ที่พูดถึงเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ด้วยการเล่าที่ย้อนไปถึงยุคมุโระมะจิโน่นเชียว

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นด้วยฉากของป่าที่กำลังถูกกัดกิน วิหคและสัตว์ต่างๆ พากันสูญหายไปหมด เจ้าชายนาม อาชิทากะ ผู้ขี่กวางแดงคู่ใจ พบสาเหตุว่าเกิดจากเทพอสูรทาทาริ เทพนิรนามแห่งความโกรธและเกลียด จากการต่อสู้กัน แม้เจ้าชายจะได้รับชัยชนะ แต่แขนข้างขวาก็สัมผัสถูกเทพอสูรจนพิษแทรกซึมและต้องคำสาป ทางเดียวที่จะแก้คำสาปได้ คือ ต้องเดินทางไปยังป่าแห่งเทพชิชิ ให้เทพสูงสุดแห่งพงไพรช่วยแก้คำสาปให้ อนิเมะ netflix

“เหตุร้ายเกิดขึ้นที่ประจิมทิศ เป็นชะตาของเจ้าที่ต้องไปยังที่นั่น และมองทุกอย่างด้วยดวงตาเป็นธรรม” แม่เฒ่าเอ่ย

ป่าแห่งเทพชิชิที่ว่ากันว่า สัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่ที่นั่น ตัวใหญ่ราวยักษา ดังเป็นเคยเป็นมาเมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ แต่ไม่ไกลกันมากนัก กลับเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง นาม “โลหะนคร” ที่อยู่ภายใต้ในการนำของนายหญิงอิโบชิ หมู่บ้านแห่งนี้ผลิตเหล็ก และปืนไฟ ซึ่งแน่นอนว่า การผลิตเหล็กสร้างความเดือดร้อนให้กับป่า สร้างความโกรธแค้นให้กับหมู่เทพและสัตว์ป่าต่างๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

เกิดความสัมพันธ์ที่แปลกแยก เมื่อมนุษย์เด็กผู้หญิงอย่าง ซัน (หรือ Princess Mononoke ของเรื่อง) อาศัยอยู่กับเทพโมโร หมาป่าสีขาวตัวยักษ์ในฐานะลูก แม้เธอจะเป็นมนุษย์ผู้รักในธรรมชาติและป่า หากแต่เธอกลับเกลียดชังมนุษย์ทั้งหลาย

เจ้าหญิงอย่างซันจะได้เจอกับอาชิทากะ เจ้าชายผู้ซึ่งมองทุกอย่างด้วยดวงตาที่ปราศจากความเกลียดชัง เมื่อป่ากำลังโกรธแค้นมนุษย์ และมนุษย์ก็กำลังละโมบเต็มที่โดยการทำร้ายป่า เจ้าชายจะแก้ไขความขัดแย้งนี้อย่างไร

พร้อมๆ กับต้องแก้ไขคำสาปบนแขนขวาของตนให้สำเร็จด้วย

หากจะเทียบเรื่องราวในอะนิเมะกับโลกทุกวันนี้ ก็คงเหมือนกับมนุษย์ที่ใส่ใจแต่อำนาจและความมั่งคั่ง แต่ทุกครั้งที่ความเจริญเกิดขึ้น ก็มีแต่จะทำลายสิ่งแวดล้อมให้เสียหายลงไปทุกครั้งด้วย และตอนนี้ เราเองก็กำลังเผชิญกับความโกรธแค้นของธรรมชาตินั่นอยู่เช่นกัน ธรรมชาติกำลังเปิดฉากทำสงครามตอบโต้มนุษย์ เช่นเดียวกับเทพและสัตว์ป่าทั้งหลายตอบโต้ชาวโลหะนคร แต่ในโลกจริง เราจะเจรจากับธรรมชาติสำเร็จหรือไม่ คงไม่มีใครให้คำตอบได้

ความต้องการของมนุษย์ไม่เคยถูกเติมเต็ม เรื่องราวในอะนิเมะแสดงให้เห็นว่า นอกจากมนุษย์จะรุกรานธรรมชาติแล้ว ยังรุกรานกันเองอีกด้วย ไม่พอ ยังคิดจะทำลายเทพเพื่อความเป็นอมตะของตนเอง ไม่มีใครบอกได้เช่นกันว่า เมื่อใดมนุษย์จะหยุดความทะยานอยาก นี่คือส่วนเสี้ยวหนึ่งที่อะนิเมะเรื่องนี้บอกเล่าแก่เราไว้อย่างแยบคาย ดูอนิเมะ

เทพหมูป่านาโกะ ยังกลายเป็นเทพอสูรทาทาริได้เมื่อความโกรธเกลียดเข้าครอบงำจนมืดมิด หากธรรมชาติจะเลิกปรานีต่อเราบ้าง เราจะอยู่กันอย่างไร

นี่ไม่ใช่อะนิเมะเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว แต่เป็นอะนิเมะที่ต้องใช้ปัญญาเสพพอตัว อะนิเมะจาก Miyazaki จะแทรกแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติและปรัชญาเข้าไว้ด้วยเสมอ หลายเรื่อง เน้นเนื้อเรื่องของการมองโลกในแง่ดี มีการดำเนินเรื่องที่อบอุ่นพร้อมๆ กับภาพที่งดงาม แต่เรื่องนี้กลับแปลกออกไป มีภาพการต่อสู้ที่ดูรุนแรง การดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างฉับไว แต่ฉากที่วาดด้วยมืออันเป็นเอกลักษณ์ของ Ghibli ก็ยังคงมีอยู่อย่างครบถ้วน เป็นอีกเรื่องที่คออะนิเมะควรได้มีโอกาสเสพแม้เพียงสักครั้ง

Princess Mononoke ได้รับรางวัลมากมาย โดยเฉพาะรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Japan Academy Awards ครั้งที่ 21 ทำรายได้สูงสุดบนหมู่เกาะญี่ปุ่นเมื่อปี 1997 ก่อนจะถูก Titanic ถล่มสถิติในเวลาต่อมา ได้รับการใส่เสียงพากย์จากนักแสดงฝั่งฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่าง Claire Danes และ Minnie Driver และทาง Miramax ได้สิทธิ์ในการจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา

เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร

กำกับ ฮะยะโอะ มิยะซะกิ
อำนวยการสร้าง โทะชิโอะ ซุซุกิ
เขียนบท ฮะยะโอะ มิยะซะกิ
นักแสดงนำ โยจิ มัตสุดะ
ยูริโกะ อิชิดะ
ยูโกะ ทะนะกะ
คะโอะรุ โคะบะยะชิ
ดนตรีประกอบ โจ ฮิซาอิชิ
กำกับภาพ Atsushi Okui
ตัดต่อ Takeshi Seyama

ผู้จัดจำหน่าย โทะโฮะ (ญี่ปุ่น)
มิราแมกซ์ (สหรัฐฯ)
วันฉาย 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1997 (ญี่ปุ่น)
29 ตุลาคม ค.ศ. 1999 (สหรัฐอเมริกา)
ความยาว 134 นาที
ประเทศ ญี่ปุ่น
ภาษา ญี่ปุ่น
ทุนสร้าง 2,135,666,804.93 เยน
(23.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
รายได้ 14,487,325,138.75 เยน
(159.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)